สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือ ได้จัดกิจกรรมเพื่อเป็นการ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตามพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชหฤทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ทรงห่วงใยต่อการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กด้อยโอกาสและเด็กชาวเขาในพื้นที่สูงภาคเหนือ ที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญและทรงมีพระราชดำริส่งเสริมให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองและพัฒนาชุมชนของตนอย่างยั่งยืน
เพื่อแสดงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือ น้อมนำพระราชกรณียกิจที่ยังติดตรึงในความนึกคิดของปวงชนชาวไทย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด “ภาพแม่หลวงของคนไทย” จะยังคงสถิตอยู่ในใจนิจนิรันดร์…
ภาพจาก : Thai PBS
โครงการทุนการศึกษาสำหรับเด็กที่อยู่ในภาวะยากลำบากในพื้นที่สูง จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2562 ซึ่งริเริ่มตามพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่ด้อยโอกาส
โครงการนี้บริหารจัดการโดย สกร.ระดับอำเภอจอมทอง โดยมีการมอบทุนการศึกษาจำนวน 24 ทุน รวมเป็นเงิน 120,000 บาท และมีการติดตามผลการใช้ทุนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ แหล่งข้อมูลยังนำเสนอผลงานแนวปฏิบัติที่ดีด้านอาชีพของนักศึกษาที่ได้รับทุน คือ นางสาวลภัสรินทร์ อสารังสาร ซึ่งได้ใช้ทุน 5,000 บาท ไปต่อยอด อาชีพเสริมการทอผ้ากะเหรี่ยง จนสามารถสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวได้สำเร็จ.
โครงการทุนการศึกษาเด็กสภาวะยากลำบากในเขตพื้นที่สูง จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการโดยสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอแม่อาย เพื่อสนับสนุนเด็กและเยาวชนในพื้นที่สูงที่เผชิญความยากลำบากในการเข้าถึงการศึกษา โครงการนี้เน้นการมอบทักษะอาชีพและสร้างความยั่งยืนในชีวิต
สิรินภา นักศึกษาชาวลีซอวัย 22 ปี ซึ่งมีฐานะยากจนและเลี้ยงดูบุตรน้อยเพียงลำพัง ได้รับทุนเนื่องจากความขยันและความร่วมมือกับชุมชน เธอใช้ทุนและนำความรู้จาก สกร. มาต่อยอดธุรกิจครัวเรือน โดยซื้อปุ๋ยและกาแฟเพื่อพัฒนา “ไร่กาเฟในฝัน” ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก ทำให้เธอสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตครอบครัวได้อย่างยั่งยืน
แหล่งเรียนรู้การเพาะปลูกกาแฟ บ้านเล็กในป่าใหญ่
เป็นโครงการพระราชดำริ ที่ส่งเสริมให้คนอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน และมุ่งเน้นการส่งเสริมอาชีพเกษตรและการจัดการป่าไม้
การปลูกกาแฟที่นี่คือบทเรียนแห่งความอดทนและความใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การดูแลต้นไม้ การเลือกเก็บผลสีแดงสดด้วยมืออย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงกระบวนการแปรรูป ศูนย์แห่งนี้ไม่เพียงสอนวิธีปลูก แต่ยังให้การอบรมครบวงจรด้านการแปรรูป การตลาด และการต่อยอดเป็นธุรกิจ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างอาชีพและพัฒนาชุมชน
โครงการทุนการศึกษาสำหรับเด็กในสภาวะยากลำบากในพื้นที่สูงภาคเหนือ ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็นสามด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการโครงการ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่เน้นการมีส่วนร่วม และการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังมีการยกตัวอย่างผลงานที่โดดเด่นคือ “โครงการปลูกขิง” ที่ริเริ่มโดย นายอนุพัฒน์ แซ่หย่าง ซึ่งได้รับทุนการศึกษาเพื่อนำไปต่อยอดในการสร้างรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว โดยปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญคือความมุ่งมั่นของนักเรียนและการสนับสนุนทุนเพื่อการประกอบอาชีพ ทำให้ผู้เรียนมีรายได้เพิ่มขึ้น แม้จะมีอุปสรรคเรื่องการแปรรูปและการขายออนไลน์ที่ต้องได้รับการพัฒนาต่อไป.
โครงการทุนการศึกษาเด็กสภาวะยากลำบากในเขตพื้นที่สูงภาคเหนือ โดย สกร. อำเภอเมืองปาน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเสริมโอกาสทางการศึกษาและแก้ไขปัญหาความยากจนให้เยาวชน. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 256 ได้จัดสรรทุนการศึกษาจำนวน 24 ทุน ทุนละ 5,000 บาท (รวม 120,000 บาท).
นักศึกษาที่ได้รับทุนนำเงินไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในครัวเรือน. โครงการที่ได้รับทุนมีความหลากหลาย เช่น การปลูกกาแฟ
(11 ทุน) การเลี้ยงไก่พื้นเมือง และการขยายพันธุ์แมคคาเมีย.
การคัดเลือกผู้รับทุนดำเนินการโดยคณะกรรมการ
โครงการทุนการศึกษาเด็กสภาวะยากลำบากในเขตพื้นที่สูงภาคเหนือ (ปี 2558) ดำเนินการโดย กศน. จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ. วัตถุประสงค์คือให้โอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่เด็กชาวเขาที่ประสบความยากลำบาก.
โครงการได้จัดสรรทุนจำนวน 975 ทุน ทุนละ 5,000 บาท (รวม 4,875,000 บาท) ครอบคลุมทั้ง 7 อำเภอ. การบริหารจัดการเน้นแนวปฏิบัติที่ดี 5 ด้านภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง. ผู้รับทุนส่วนใหญ่นำเงินไปใช้ในด้านอาชีพ (85.43% หรือ 830 ทุน) เพื่อให้สามารถพึ่งตนเองและพัฒนาชุมชนได้